ธรรมชาติและศักยภาพ

              จีโอพาร์คหรืออุทยานธรณี เป็น 1 ใน 3 โปรแกรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติขององค์การยูเนสโก อีก 2 โปรแกรม คือ มรดกโลก ตัวอย่างเช่น ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่  กับ โปรแกรมมนุษย์และชีวมณฑล เช่น พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช ปัจจุบันแม้จะมีจีโอพาร์คโลกที่รับรองโดยยูเนสโกแล้วถึง 120 แห่งใน 33 ประเทศ แต่ประเทศไทยก็ยังไม่มีโปรแกรมนี้ในระดับโลก

     
ตัวอย่างแหล่งจีโอพาร์คโลกในทวีปยุโรปและเอเชีย         มรดกโลก : ป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่

 

    
พื้นที่สงวนชีวมณฑล : ป่าสะแกราช                                      สำนักงานโคราชจีโอพาร์ค

            

             โคราชจีโอพาร์ค เป็นจีโอพาร์คหนึ่งในห้าแห่งของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายการดำเนินงานสู่จีโอพาร์คโลกของยูเนสโก มีพื้นที่ครอบคุลม 5 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา จากด้านตะวันตกถึงตะวันออก คือ อำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวนพื้นที่รวม 3,243 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 6 ของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

 

   

  

 

 

หน้าตัดหินกลุ่มโคราช (Khorat Group) ตามถนนมิตรภาพ

ช่วงอำเภอสีคิ้ว-สูงเนิน-ขามทะเลสอ-เมืองฯ-เฉลิมพระเกียรติ ในพื้นที่โคราชจีโอพาร์ค

             ในทางธรณีวิทยา โคราชจีโอพาร์ค เป็นตัวแทนของพื้นที่ในบริเวณขอบที่ราบสูงโคราช ที่แสดงสัณฐานภูมิประเทศเขาเควสตาหรือเขาอีโต้ อันเกิดจากการยกตัวของแผ่นดินอีสาน รวมทั้งเป็นพื้นที่ ลุ่มน้ำลำตะคอง ตอนกลางถึงตอนล่าง เนื่องจากที่ราบสูงโคราชประกอบด้วยชุดของชั้นหินตะกอนหนาราว 4 กิโลเมตร ที่เกิดจากการทับถมของตะกอนธารน้ำและทะเลน้ำเค็มภายในแอ่งของแผ่นดิน ในช่วงประมาณ 210-90 ล้านปีก่อน จากนั้นแผ่นดินอีสานถูกยกตัวสูงขึ้นมากกว่าในทางทิศตะวันตกอันเนื่องจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกและการเกิดรอยเลื่อน ตามมาด้วยการกัดกร่อนภูมิประเทศและพัดพาวัสดุโดยธารน้ำไหลไปทับถมในส่วนที่ต่ำกว่า จึงทำให้เกิดภาพภูมิประเทศดังที่เห็นในปัจจุบัน  นอกจากเขาเควสตาในอำเภอสีคิ้วและสูงเนินแล้ว    

     

                                               เขาเควสตาบริเวณขอบที่ราบสูงโคราช                                                                                   การเกิดเควสตา

 ในพื้นที่ราบลูกคลื่นบางบริเวณแถบอำเภอเมืองนครราชสีมาที่มีหินกรวดมนปนปูนโผล่ที่ผิวดินหรืออยู่ใกล้ผิวดิน พบซากชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมยุคจำนวนหลายพันชิ้นที่มีอายุประมาณ 100 ล้านปีก่อน ได้แก่ ไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มอิกัวโนดอนต์ 3 สกุล คือ สยามโมดอน ราชสีมาซอรัส และสิรินธรน่า ไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มคาชาโรดอนโตซอร์ สัตว์เลื้อยคลานบินกลุ่มเทอโรซอร์ จระเข้ เต่า ปลาเกล็ดแข็ง ปลาฉลามน้ำจืด หอยต่างๆ

 

            ส่วนในพื้นที่ราบลุ่มน้ำบริเวณจุดบรรจบของลำตะคองและแม่น้ำมูลในตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีการทับถมของตะกอนกรวด ทราย หนาประมาณ 58 เมตร จากการศึกษาที่ระดับลึกประมาณ 30 เมตร จนถึง 5 เมตรจากผิวดิน พบฟอสซิลไม้ สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมากที่มีอายุอยู่ในช่วง 16 ล้านปี ถึงเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน โดยเฉพาะช้างดึกดำบรรพ์ พบถึง 10 สกุล จาก 55 สกุลที่พบทั่วโลกหรือร้อยละ 18 ได้แก่ ช้างสี่งากอมโฟธีเรียม ช้างงาจอบเล็กโปรไดโนธีเรียม ช้างงาเสียมโปรตานันคัส ช้างสี่งาเตตระโลโฟดอน ช้างสเตโกโลโฟดอน ช้างไซโกโลโฟดอน ช้างงาจอบใหญ่ไดโนธีเรียม ช้างไซโนมาสโตดอน ช้างสเตโกดอน และช้างเอลิฟาส  จึงกล่าวได้ว่า อำเภอเฉลิมพระเกียรติ พบช้างดึกดำบรรพ์มากสายพันธุ์ที่สุดในโลก  สำหรับสัตว์อื่นๆ ที่พบด้วย ได้แก่ แรดไร้นอ 3 สกุล อุรังอุตัง ฮิปโปโปเตมัส ชาลิโคแธร์ เมอริโค       โปเตมัส หมูใหญ่ ยีราฟคอสั้น กวางแอนติโลป ม้า 3 นิ้วฮิปปาเรียน ควายโบราณ เสือเขี้ยวดาบ ตะพาบน้ำ    เต่ายักษ์ โดยในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา พบช้างสเตโกดอน ไฮยีนา และตะโขงด้วย

 

 ช้างดึกดำบรรพ์โคราช 10 สกุลจาก 55 สกุลของโลก (18%) ในพื้นที่โคราชจีโอพาร์ค


 ซากดึกดำบรรพ์ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก 9 ชนิด ในพื้นที่โคราชจีโอพาร์ค


ซากดึกดําบรรพ์ในมหายุคสิ่งมีชีวิตสมัยใหม่ (Cenozoic Era) ในพื้นที่โคราชจีโอพาร์ค (อําเภอเฉลิมพระเกียรติและอําเภอเมืองนครราชสีมา*)

             นอกจากนี้ ในพื้นที่ตะพักกรวดซึ่งเคยเป็นร่องแม่น้ำโบราณเมื่อราว 8 แสนปีก่อน ตั้งแต่อำเภอสูงเนินจนถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พบซากไม้กลายเป็นหินกว่า 50 ชนิด และมีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งหลากสีและรูปร่าง ขณะที่แถบตีนเขายายเที่ยงของอำเภอสีคิ้ว-ปากช่อง พบไม้กลายเป็นหินพวกสนในยุคไดโนเสาร์เมื่อราว 140 ถึง 150 ล้านปีก่อน

   

                           ไม้กลายเป็นหินในอุทยานไม้กลายเป็นหินโกรกเดือนห้า                                       ไม้กลายเป็นหินบริเวณตีนเขายายเที่ยง


            โคราชจีโอพาร์คจึงมีลักษณะทางธรณีวิทยาโดดเด่นและแตกต่างจากอุทยานธรณีโลกอื่นๆ ตรงที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นส่วนหนึ่งของขอบที่ราบสูงโคราชและแสดงสัณฐานเขาเควสตาหินทรายและช่องเขาน้ำกัด (water gap) อันเนื่องจากการกัดกร่อนของธารน้ำลำตะคองบรรพกาล ซึ่งบางส่วนได้เผยให้เห็นฟอสซิลไดโนเสาร์อายุใหม่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ 100 ล้านปีก่อน (ยุคครีเทเชียส) ขณะที่บางส่วนของชั้นตะกอนทับถม พบฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ อายุ 16 ล้านปี ถึงหนึ่งหมื่นปีก่อน (ยุคนีโอจีน) ซึ่งหลากหลายสายพันธุ์ที่สุดในโลกถึง 10 สกุล รวมทั้งเป็นแหล่งฟอสซิลไม้กลายเป็นหินหลากชนิดและสีสัน อายุ 8 แสนปีก่อน อุทยานธรณีโคราชในทางธรรมชาติ จึงอาจสรุปความได้ว่าเป็น “ดินแดนแห่งเควสตาและฟอสซิล” และมีศักยภาพสมควรที่จะได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีโลกโดยองค์การยูเนสโก และหากได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีโลกสำเร็จ ประเทศไทยและจังหวัดนครราชสีมา จะเป็น 1 ใน 3 ประเทศของโลก (ต่อจากอิตาลีและเกาหลีใต้) ที่ในจังหวัดหนึ่งมีโปรแกรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของยูเนสโกครบทั้ง 3 โปรแกรม    ซึ่งจะได้รับการยกย่องว่าเป็น “ดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก” หรือ “The UNESCO Triple Crown” (นครราชสีมามีมรดกโลกที่ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่ป่าสะแกราช)