การท่องเที่ยวเชิงธรณี

             โคราชจีโอพาร์คหรืออุทยานธรณีโคราช ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานธรณีระดับจังหวัด ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ คณะผู้บริหารและจัดตั้งสำนักงานอุทยานธรณีโคราชที่พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารประสานงานกับเครือข่ายในพื้นที่ 5 อำเภอ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด นายวิเชียร  จันทรโณทัย ใน พ.ศ. 2559

 

            บทบาทหรือพันธกิจหลักของอุทยานธรณีโคราชตามแนวทางของยูเนสโก คือ การอนุรักษ์ การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสำคัญ ในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงธรณีหรือโลกในทางภูมิศาสตร์ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งแหล่งธรณีวิทยา กับแหล่งนิเวศวิทยาและวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กันกับแหล่งธรณีวิทยา เช่น ประเพณีกินเข่าค่ำที่อำเภอสูงเนิน จัดที่ปราสาทหินเมืองแขก ปราสาทซึ่งใช้วัสดุหินจากแหล่งหินตัดหรือเนินเขาที่เป็นหินทราย

            เนื่องจากอัตลักษณ์ของโคราชจีโอพาร์ค คือ ดินแดนประตูของที่ราบสูงโคราชในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองตอนกลางถึงตอนล่าง โดยมีสัณฐานภูมิประเทศเด่น คือ เขาเควสตาหรือเขาอีโต้ที่เป็นหินทรายกับลำตะคองที่เป็นธารน้ำบรรพกาลไหลกัดกร่อนบนพื้นที่ที่หินฐานส่วนใหญ่เป็นหินทราย

 

เขาเควสตาหรือเขาอีโต้บริเวณประตูสู่ที่ราบสูงโคราช

            แต่สิ่งที่เป็นความพิเศษเฉพาะพื้นที่ (Unique) ในทางธรณีวิทยา คือ ฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมยุคจำนวนมากและหลากหลายชนิดในชั้นหินกรวดมนปนปูนที่แทรกสลับชั้นอยู่กับหินทราย  ในเขตอำเภอเมืองฯ และฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์และสัตว์ร่วมยุค รวมทั้งไม้กลายเป็นหินที่สะสมตัวอยู่ในชั้นตะกอนร่วนกรวดทราย ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอเมืองนครราชสีมา จนอาจกล่าวได้ว่า เมืองโคราช คือ มหานครแห่งบรรพชีวิน หรือพาลีออนโตโปลิสของโลก นอกจากนี้ ในด้านนิเวศวิทยาของพื้นที่ ระบบนิเวศวิทยาป่าเต็งรังถือว่า มีความโดดเด่นกว่าป่าประเภทอื่นๆ ส่วนด้านวัฒนธรรมของพื้นที่ที่เด่นและแตกต่างจากอุทยานธรณีอื่นๆ คือ วัฒนธรรมไทยโคราช  ดังนั้น เมื่อนึกถึงอุทยานธรณีโคราช ก็สมควรที่จะนึกถึง “ดินแดนแห่ง 1 เขา  1 หิน 1 ป่า  1 ลำ 1 วัฒนธรรม และ 3 ซาก !?” ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

เควสตาเขาขนานจิต ตรงข้ามเขายายเที่ยง ประตูสู่ที่ราบสูงโคราชตามทิศทางถนนมิตรภาพเก่า

             
            การเดินทางท่องเที่ยวจากส่วนกลางของประเทศ ผ่านอำเภอปากช่องและเข้าสู่ประตูที่ราบสูงโคราชที่แท้จริง ย่อมเป็นช่องเขาระหว่างเขายายเที่ยงกับเขาขนานจิต ซึ่งมีทั้งถนนมิตรภาพ ทางรถไฟ ท่อก๊าซ และลำตะคองตัดผ่าน รวมทั้งเป็นทำเลที่ตั้งเขื่อนลำตะคองที่ส่งน้ำหล่อเลี้ยงชาวอุทยานธรณีโคราชกว่าเจ็ดแสนคน จุดชมวิวบนเขายายเที่ยงบริเวณอ่างพักน้ำตอนบนและผายายเที่ยง เป็นจุดที่เห็นผาชันของที่ราบสูงโคราชทางด้านทิศเหนือที่ถูกซอยแบ่งเป็นเขาเควสตาหรือเขาอีโต้หินทราย ซ้อนๆ ต่อเนื่องกันไป และจะเห็นด้านลาด

 

วิวจากผายายเที่ยง วิวอ่างพักน้ำตอนบน

 

              ชี้ไปทางตะวันออกตามทิศทางการเอียงเทของชั้นหิน ลักษณะคล้ายกับเขาพระวิหารทั้งเนื้อหินและภูมิประเทศ ในทางธรณีวิทยาจึงเรียกชุดชั้นหินนี้ว่าหมวดหินพระวิหาร มีความต้านทานสูง จึงคงทนต่อการสึกกร่อนและคงเหลือเป็นภูเขาที่ข้างหนึ่งชันข้างหนึ่งลาด สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400 ถึง 700 กว่าเมตร ขณะที่  ภูมิภาพที่เห็นทางด้านตะวันตกในเขตอำเภอปากช่องหรือมวกเหล็ก จะเห็นภูเขาหินปูนยอดขยุกขยิกเพราะการละลายได้จากน้ำฝน วิถีชีวิตของผู้คนใน 2 พื้นที่นี้จึงแตกต่างกัน

 แหล่งแกะสลักหินทรายบ้านหนองบัว
ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว
 ภาพเขียนสีถ้ำเขาจันทน์งาม
ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว

  

             ผ่านประตูที่ราบสูงไปตามถนนมิตรภาพ พื้นที่ลาดทางด้านตะวันออก ในเขตตำบลคลองไผ่ เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากหินทรายในท้องถิ่นใหญ่ที่สุดและหลากหลายรูปแบบที่สุดของประเทศ ขณะที่พื้นที่ลาดเขาทางด้านตะวันออกอีกแห่งหนึ่ง มีโขดหินโผล่และเพิงผาของหินทราย ชื่อถ้ำเขาจันทน์งาม    มีภาพเขียนสีของชาวโคราชโบราณเมื่อ 3-4 พันปีก่อน ที่บ่งบอกวิถีชีวิตเก็บของป่าล่าสัตว์ และพิธีกรรมในยุคหินใหม่ ส่วนบริเวณสันเขาที่ทอดยาวไปทางตะวันออกเฉียงใต้มียอดเขาเควสตาที่สูงกว่า 700 เมตร เป็นที่ตั้งของเจดีย์และวัดป่าภูผาสูงที่อลังการ สวยงาม และพยายามอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คล้ายกับธรรมชาติเดิม

          พื้นที่บนภูเขา ลาดเขาของขอบที่ราบสูง ไปจนถึงที่ราบลูกคลื่น และที่ราบทางตะวันออกสุดของอุทยานธรณีโคราช เป็นระบบนิเวศของป่าเต็งรัง ที่มีไม้เด่น คือ เต็ง รัง พลวง เหียง และอื่นๆ อีกนับร้อยชนิด โดยมีแหล่งเรียนรู้ ท่องเที่ยวทัศนศึกษาที่สำคัญของอุทยานธรณี 2 แห่งด้วยกันคือ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ คลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ หนองระเวียง อำเภอเมืองนครราชสีมา

 

 พระธาตุจอมผา วัดป่าภูผาสูง  แหล่งหินตัดสีคิ้ว

 

            พื้นที่ถัดจากแนวขอบที่ราบสูงไปทางตะวันออกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรเศษ มีแนว   เขาเควสตาอีก 1 แนว ขนานกับแนวแรก และถูกซอยแบ่งเป็นเขาโดดหินทรายที่ต้านทาน ลักษณะหิน อายุและสัณฐานภูมิประเทศเหมือนเนินเขาแถบภูพานในจังหวัดกาฬสินธุ์ ในทางธรณีวิทยาจึงเรียกว่าหมวดหิน    ภูพาน นับเป็นเนินเขาใกล้แหล่งชุมชนโบราณแถบริมลำตะคองและริมแม่น้ำมูลมากที่สุด จึงปรากฏร่องรอยของการสกัดหินในแหล่งหินตัดสร้างปราสาทหินเมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน ในเขตตำบลมิตรภาพของอำเภอสีคิ้ว รวมทั้งมีร่องรอยการกระทำของน้ำไหลบนเนินเขาเหิบ ที่เรียกว่าหลุมรูปหม้อหรือกุมภลักษณ์นับร้อยหลุม ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 2 เมตร ลักษณะดังกล่าวนี้ยังปรากฏให้เห็นใน   เขาเควสตาลูกอื่นๆ ที่อยู่ในแนวเดียวกัน เช่น ที่เขาสามสิบส่าง ในตำบลมะเกลือเก่า

    กุมภลักษณ์หรือหลุมรูปหม้อที่เขาเหิบ อ.สีคิ้ว  กุมภลักษณ์ที่เขาสามสิบส่าง อ.สูงเนิน

 

             ชุมชนโบราณแถบลำตะคอง เมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน เป็นชุมชนสมัยทวารวดีที่นับถือพุทธศาสนา จึงมีหลักฐานของคูน้ำคันดินเมืองเสมา  พระนอนหินทรายที่เก่าที่สุดในประเทศไทย และธรรมจักรศิลาหินทราย   กับใบเสมาที่แกะสลักจากหินทรายที่บ้านหินตั้งนอกเมืองเสมา เมืองซึ่งคาดว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร   ศรีจนาศะ ต่อมาในสมัยขอมราว 1,000 – 800 ปีก่อน มีหลักฐานของปราสาทหินเมืองแขก-โนนกู่-เมืองเก่า   ที่ตำบลโคราชของอำเภอสูงเนิน โดยปราสาทหินเมืองแขกจัดเป็นศาสนสถานหินทรายผสมอิฐในศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์ ใช้ปราสาทในการประกอบพิธีกรรมถวายแด่พระศิวะ ปัจจุบันมีการจัดงานประเพณี “กินเข่าค่ำ” ทุกปี

 

 พระนอนหินทราย อ.สูงเนิน ปราสาทเมืองแขก อ.สูงเนิน

 

            แหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในอุทยานธรณีมีหลายแหล่ง สัมพันธ์กับชั้นหินทรายที่ต้านทานและ   ไม่ต้านทาน แต่มักมีน้ำตกเฉพาะฤดูฝน เช่น น้ำตกวะภูแก้ว ตำบลมะเกลือใหม่ ยกเว้นน้ำตกตามร่องน้ำใน  ลำตะคอง เช่น น้ำตกวังเณร ในตำบลมะเกลือเก่า ซึ่งเป็นน้ำตกที่ชาวเมืองนครราชสีมานิยมไปเที่ยวกันมากที่สุด หากมีการจัดการที่ดี ด้วยการมีส่วนร่วมจากชุมชนท้องถิ่นกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและเกิดความยั่งยืนได้

 

น้ำตกวะภูแก้ว ต.มะเกลือใหม่ น้ำตกวังเณร ต.มะเกลือเก่า

 

             แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ประเภทแหล่งแร่ มีแหล่งเกลืออยู่ในบริเวณทางเหนือของอำเภอเมืองนครราชสีมาและอำเภอขามทะเลสอ โดยเฉพาะแหล่งเกลือที่ตำบลหนองสรวง การผลิตเกลือโดยกรรมวิธีสูบน้ำบาดาลเค็มมาขังในแปลงนาตาก แล้วปล่อยให้ระเหย ทำให้พบว่ามีลำดับการตกผลึกตั้งแต่เกลือแคลเซียม เกลือโซเดียม และเกลือแมกนีเซียม เหมือนการตกผลึกจากน้ำทะเล ย่อมแสดงว่า ภาคอีสานเคยเป็นแอ่งแผ่นดินที่มีน้ำทะเลเข้ามาท่วมขังและระเหยแห้งมาก่อน 

นาเกลือ ต.หนองสรวง

 
            แหล่งท่องเที่ยวประเภทซากดึกดำบรรพ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของอุทยานธรณีโคราช ทั้งนี้เป็นเพราะด้วยความเป็น “มหานครแห่งบรรพชีวิน” หรือ “พาลีออนโตโปลิส” (Paleontopolis) ของนครราชสีมา และการกำเนิดพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ช้างดึกดำบรรพ์ และไดโนเสาร์ มากว่า 10 ปี ณ บ้านโกรกเดือนห้า ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งพื้นที่ตำบลนี้และตำบลใกล้เคียง คือ ตำบลโคกกรวด ตำบลโป่งแดง เป็นแหล่งใหญ่ทั้งซากดึกดำบรรพ์ไม้กลายเป็นหิน และไดโนเสาร์รวมทั้ง   ผองเพื่อนร่วมยุค ประการสำคัญ คือ ซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอายุ 16 ล้านปีถึงหนึ่งหมื่นปีก่อนของอำเภอเมืองนครราชสีมาและโดยเฉพาะจากแหล่งบรรจบลำตะคองกับแม่น้ำมูลในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

 

 พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ช้างดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์  ไม้กลายเป็นหินบริเวณพิพิธภัณฑ์

  

บ่อหินที่มีฟอสซิลไดโนเสาร์ ต.สุรนารี บ่อทรายที่มีฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ ต.ท่าช้าง

 
            ที่พบช้างดึกดำบรรพ์มากที่สุดในโลกถึง 10 สกุล จาก 55 สกุลที่พบทั่วโลก หรือร้อยละ 18 รวมทั้งสัตว์อื่นๆ เช่น แรด ฮิปโป ยีราฟคอสั้น ม้าสามนิ้วฮิปปาเรียน อุรังอุตัง กวางแอนติโลป ชาลิโคแธร์ หมูใหญ่ เมอริโคโปเตมัส ควายโบราณ เสือเขี้ยวดาบ ไฮยีนา ตะโขง เต่ายักษ์ เป็นต้น จึงทำให้เกิดเครือข่ายอนุรักษ์และการท่องเที่ยว ทั้งที่พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ ในตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์  ที่ตำบลโคกสูง และโคราชไดโนพาร์คที่ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา

 

ปราสาทหินพนมวัน ต.บ้านโพธิ์ กำแพงประตูชุมพล

 

            แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมซึ่งรวมทั้งแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สัมพันธ์กับแหล่งธรณีวิทยา ยังมีความโดดเด่นในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา เพราะด้วยความเป็นเมืองใหญ่ที่สุด มีประชากรมากที่สุดในภาคอีสาน และมีปราสาทหินอย่างปราสาทหินพนมวันที่มีอายุนับพันปี ไปจนถึงการสร้างเมืองนครราชสีมาใหม่ โดยการออกแบบของนายช่างชาวฝรั่งเศสเมื่อกว่า 360 ปีก่อน ที่ยังมีคูน้ำและกำแพงหลงเหลืออยู่ คือ กำแพงประตูชุมพล ซึ่งมีอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี วีรสตรีของชาวโคราชที่กอบกู้เมืองจากกองทัพกรุงเวียงจันทน์ เมื่อ พ.ศ.2369 ส่วนด้านหน้ากำแพง จะมีการละเล่นเพลงโคราชเป็นประจำ โดยกลุ่มชนไทยโคราชที่ใช้ภาษาโคราช และเป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ของอุทยานธรณี สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งการพัฒนาเมืองโคราช สามารถเรียนรู้และท่องเที่ยวชมได้ ที่พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

 

พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา การแสดงเพลงโคราช

 

            อุทยานธรณีโคราชโดยสรุป จึงหมายถึง พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำลำตะคองตอนกลางถึงตอนล่าง มีลักษณะภูมิประเทศและลักษณะทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ คือ เขาเควสตาหรือ   เขาอีโต้หินทรายในบริเวณขอบและใกล้ขอบที่ราบสูงโคราช กับฟอสซิลจำนวนมากและหลากหลาย รวมทั้งนิเวศวิทยาป่าเต็งรังและวัฒนธรรมไทยโคราช ซึ่งพื้นที่และทรัพยากรดังกล่าว  จะได้รับการจัดการแบบบูรณาการโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อผลได้ทางเศรษฐกิจและสังคม  ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงธรณีอย่างยั่งยืน

            ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงอุทยานธรณีโคราช หรือโคราชจีโอพาร์ค จึงอาจสรุปสั้นๆ ว่าเป็น  “ดินแดนแห่งเควสตาและฟอสซิล”  “Cuesta & Fossil Land”  ส่วนในด้านอัตลักษณ์  อาจนึกถึง “ดินแดนแห่ง 1 เขา 1 หิน 1 ป่า 1 ลำ 1 วัฒนธรรม และ 3 ซาก”  ก็ได้ (เขาหินป่า ลำธรรมซาก)   อันหมายถึง เขาเควสตา หินทราย ป่าเต็งรัง ลำตะคอง วัฒนธรรมไทยโคราช ซากไม้กลายเป็นหิน ซากช้างดึกดำบรรพ์และซากไดโนเสาร์ รวมทั้งผองเพื่อน